KLD Clinic Logo
ความรู้สุขภาพ / บทความสุขภาพ

ความรู้สุขภาพ / บทความสุขภาพ

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated nucleus pulposus)

หยุดอาการปวดร้าวลงขา สาเหตุ อาการ และทางออกที่ไม่ต้องทน

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated nucleus pulposus)

อาการปวดร้าว ชา อ่อนแรงลงขา คือ สัญญาณอันตรายที่คุณต้องรู้ ค้นพบสาเหตุจากพฤติกรรมเสี่ยง และทางเลือกการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็กที่ KLD Clinic

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร? (Disc Herniation) 

 

หมอนรองกระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นเสมือน "โช้คอัพ" ที่คั่นอยู่ระหว่างข้อกระดูกสันหลัง โดยมีลักษณะเป็นวงแหวนไฟเบอร์ที่แข็งแรงหุ้มเนื้อเยื่อคล้ายเจลไว้ด้านใน เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมที่สร้างแรงกดอย่างต่อเนื่อง (เช่น การยกของหนักผิดท่า หรือการนั่งผิดท่า)

ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดขึ้นเมื่อใด

  • Degeneration เริ่มมีการเคลื่อนของส่วนประกอบในหมอนรองกระดูกสันหลัง และยังไม่มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อด้านนอก
  • Prolapse ชั้นนอกเกิดการฉีกขาด : วงแหวนไฟเบอร์ (Annulus Fibrosus) เกิดรอยปริหรือฉีกขาด
  • Extrusion เนื้อเยื่อปลิ้นออกมา : เนื้อเยื่อคล้ายเจลด้านใน (Nucleus Pulposus) ถูกดันให้ ปลิ้นออกมา (Herniate)
  • Sequestration กดทับเส้นประสาท : ส่วนที่ปลิ้นออกมานั้นไป กดเบียด รากประสาทที่อยู่บริเวณนั้น ทำให้เกิดอาการปวดร้าว ชา และอ่อนแรง

 

อาการสำคัญที่บ่งบอกว่ากำลัง "ทับเส้นประสาท"

อาการต่อไปนี้คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาการปวดของคุณไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อ (Office Syndrome) อีกต่อไป

 

  • ปวดร้าวลงขา (Sciatica) หรือลงแขน : อาการปวดจะไม่ได้อยู่แค่บริเวณหลังส่วนล่างหรือคอ แต่จะ ปวดแปลบ หรือ ปวดแสบปวดร้อน ร้าวเป็นทางยาวไปตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ
  • อาการชา (Numbness) : มีความรู้สึกซ่าๆ, เหมือนมีเข็มทิ่ม, หรือชาหนาๆ ตลอดเวลาในบริเวณที่เส้นประสาทนั้นควบคุม
  • อ่อนแรง (Weakness) และควบคุมไม่ได้ : สูญเสียความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน เช่น เดินยกเท้าไม่ขึ้น (Foot Drop), ถือของหลุดมือ, หรือรู้สึกว่ามือไม่มีแรงในการหยิบจับ

 

ข้อสังเกต : อาการปวดมักรุนแรงขึ้นเมื่อมีการ ก้ม, ไอ, จาม หรือเบ่ง เนื่องจากเป็นการเพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง ซึ่งจะไปอัดหมอนรองกระดูกให้ปลิ้นออกมามากขึ้น

 

ทางออกการรักษาที่ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป

การรักษาภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้องเริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่แม่นยำด้วย MRI Scan เพื่อดูตำแหน่งและระดับความรุนแรงของการปลิ้น

 

เมื่อไหร่ที่ควรผ่าตัด?

แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัด เมื่อ

 

  • อาการปวดรุนแรงและไม่ดีขึ้นหลังการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ยา/กายภาพ) นาน 6-12 สัปดาห์
  • มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีภาวะฉุกเฉิน เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ (Cauda Equina Syndrome)


การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Surgery) ทางเลือกที่ทันสมัย

 

 

ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้อง ได้เข้ามาเป็นมาตรฐานในการรักษาภาวะนี้ เนื่องจากเป็นเทคนิคที่รบกวนกล้ามเนื้อบริเวณโดยรอบบริเวณทีทำการผ่าตัดน้อยมาก (Minimally Invasive)

 

  • จุดเด่น : ใช้กล้องขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงเข้าไปถึงจุดที่กดทับโดยตรง เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถนำส่วนที่ปลิ้นออกมาออกได้อย่างแม่นยำ

 

  • ข้อดีต่อผู้ป่วย:
    • แผลเล็ก : เพียง 0.8 - 1 ซม.
    • ฟื้นตัวเร็ว : ลุกเดินได้เร็ว และกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติในเวลาอันสั้น
    • ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย: ลดโอกาสการเกิดพังผืด และอาการปวดหลังหลังผ่าตัด

 

อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดจากกระดูกทับเส้น กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตของคุณ หากคุณพบว่ามีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปราศจากความเจ็บปวด

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง
มากกว่าแค่กระดูกแข็งแรง : ทำไม "วิตามิน D3" ถึงเป็นฮีโร่ที่ร่างกายขาดไม่ได้

มากกว่าแค่กระดูกแข็งแรง : ทำไม "วิตามิน D3" ถึงเป็นฮีโร่ที่ร่างกายขาดไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษา หรือนัดหมายเข้ารับการตรวจ

กรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อขอคำปรึกษาหรือนัดคิวกับคุณหมอ แล้วเราจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

*
*
calendar_month*
schedule*

KLD Clinic

ชั้น 1 โรงพยาบาล คามิลเลียน (ทองหล่อ)
423 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทรหาเราหรือส่งอีเมล

เรายินดีให้คำแนะนำเพิ่มเติม

062-3651788

admin@kldclinic.com

รายชื่อบริษัทประกันภัยและคู่สัญญาที่ให้บริการ

สำหรับผู้ที่ถือกรมธรรม์ ประกันชีวิต ประกันส่วนบุคคล ประกันกลุ่ม ใช้สิทธิ์ได้ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
* เงื่อนไขเป็นไปตามความคุ้มครองที่ระบุในกรมธรรม์
** จะต้องทำการตรวจสอบกรมธรรม์ทุกครั้งเมื่อพบแพทย์
Copyright© 2025 KLD CLINIC | ALL RIGHTS RESERVED